เควิน เดอ บรอยน์ ยืนยันการตัดสินใจ ขอย้ายทีมแยกทางกับ แมนฯ ซิตี้

เควิน เดอ บรอยน์

เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์ระดับโลกของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยืนยันว่าเขาจะอำลาสโมสรหลังจบฤดูกาลนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวเกี่ยวกับอนาคตของเขาที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าตัวออกแถลงการณ์ผ่านโซเชียลมีเดียเพื่อยืนยันการตัดสินใจนี้ แม้ว่ายังไม่มีการยืนยันว่า เดอ บรอยน์ จะย้ายไปที่ไหน แต่มีข่าวลือว่าเขาได้รับข้อเสนอจากสโมสรในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงการกลับไปเล่นในยุโรปกับทีมอย่าง เรอัล มาดริด หรือ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยอายุที่เข้าสู่ช่วงปลายอาชีพค้าแข้ง การตัดสินใจครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายที่เขาจะได้รับสัญญาฉบับใหญ่ในเส้นทางนักฟุตบอลของเขา

เควิน เดอ บรอยน์ เตรียมอำลา แมนฯ ซิตี้ หลังจบฤดูกาล

เดอ บรอยน์ ซึ่งอยู่กับ แมนฯ ซิตี้ มาตั้งแต่ปี 2015 ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่มีอิทธิพลมากที่สุดของสโมสร เขามีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกหลายสมัย รวมถึงยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก ในปี 2023 “ถึงแฟนบอลที่รักทุกคน ผมอยากขอบคุณสำหรับช่วงเวลาที่ยอดเยี่ยมที่เราได้แชร์ร่วมกัน การเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่สำหรับผม แต่ทุกสิ่งมีจุดจบ และนี่คือเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปลี่ยนแปลง” เดอ บรอยน์ โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว

เดอ บรอยน์

การเดินทางของ เดอ บรอยน์ ที่กำลังจะสิ้นสุดกับ แมนฯ ซิตี้

เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางตัวเก่งของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่จะมีอายุครบ 34 ปีในช่วงซัมเมอร์นี้ กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอาชีพค้าแข้งของเขา หลังจากที่ได้ยืนยันว่าเขาจะยุติการเล่นกับทีมเรือใบสีฟ้าหลังสิ้นสุดฤดูกาลนี้ แม้ว่า เดอ บรอยน์ จะยังคงเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่มีประสบการณ์และฝีเท้ายอดเยี่ยม แต่ในฤดูกาลนี้ เขากลับไม่ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอย่างต่อเนื่องภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอลา โดยลงสนามเป็นตัวจริงในพรีเมียร์ลีกเพียง 12 เกมเท่านั้น

แมนฯ ซิตี้

อนาคตหลังจาก แมนฯ ซิตี้ ที่ เดอ บรอยน์ ตัดสินใจ

เดอ บรอยน์ ออกมายืนยันอย่างชัดเจนว่าเขาจะอำลา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ หลังจากสิ้นสุดฤดูกาลนี้ ท่ามกลางคำถามที่ยังค้างคาเกี่ยวกับเส้นทางหลังจากนั้นของเขา โดยหลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เขาอาจเลือกย้ายไปยังลีกในสหรัฐอเมริกาหรือซาอุดีอาระเบีย ซึ่งจะเป็นโอกาสที่เขาจะได้รับสัญญาที่ยังมีมูลค่าและความท้าทายใหม่ๆ แม้ว่า เดอ บรอยน์ จะอำลาสโมสรไป แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ใน แมนฯ ซิตี้ คือลายเซ็นแห่งความสำเร็จในสนามและการเป็นนักเตะที่มีอิทธิพลในทุกๆ นัดที่ลงเล่น

เดอ บรอยน์ แมนฯ ซิตี้

เดอ บรอยน์ เปิดใจ เดือนสุดท้ายในฐานะผู้เล่นแมนฯ ซิตี้

“เมื่อเห็นสิ่งนี้ คุณคงจะเข้าใจแล้วว่าเรื่องนี้จะมุ่งหน้าไปทางไหน แถลงการณ์บนโซเชียลมีเดียเริ่ม ดังนั้น ฉันจะพูดตรงๆ และให้ทุกคนทราบว่านี่จะเป็นเดือนสุดท้ายของผมในฐานะผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ซิตี้” คำพูดของ เดอ บรอยน์ ทำให้ทุกคนที่ได้ยินรู้สึกถึงความจริงจังและความเป็นทางการของการตัดสินใจครั้งนี้

“ไม่มีอะไรจะเขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ง่าย ๆ แต่ในฐานะนักฟุตบอล เราทุกคนต่างรู้ดีว่าในที่สุดแล้ววันนั้นก็มาถึง วันนั้นมาถึงแล้ว และคุณสมควรได้รับฟังเรื่องนี้จากฉันก่อนใคร”

ซูริ โรม เมสัน มิเชล

แมนเชสเตอร์จะอยู่ในใจของเราตลอดไป การจากลาและมิตรภาพที่ยั่งยืน

แม้จะเป็นการจากลา แต่ เดอ บรอยน์ ยืนยันว่าเขาจะไม่มีวันลืมเมืองแมนเชสเตอร์ และความสัมพันธ์ที่เขามีกับคนในสโมสร รวมถึงครอบครัวของเขา “ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ก็ตาม ก็ถึงเวลาต้องบอกลาแล้ว ซูริ โรม เมสัน มิเชล และฉันรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งสำหรับความหมายของสถานที่แห่งนี้ที่มีต่อครอบครัวของเรา” เขากล่าวต่อ คำพูดที่ลึกซึ้งนี้ทำให้ทุกคนที่ได้ฟังรู้สึกถึงความผูกพันที่เขามีกับเมืองแมนเชสเตอร์ โดยเฉพาะกับคำว่า “แมนเชสเตอร์” ซึ่งจะยังคงอยู่ในหนังสือเดินทางของลูกๆ ของเขาตลอดไป

เดอ บรอยน์ กล่าวลา แมนฯ ซิตี้

เดอ บรอยน์ กล่าวลา แมนฯ ซิตี้ ด้วยความซาบซึ้ง

“เรื่องราวทุกเรื่องย่อมต้องมีจุดจบ แต่ครั้งนี้ถือเป็นบทที่ดีที่สุดอย่างแน่นอน” การกล่าวลาในครั้งนี้ไม่ได้เป็นการสิ้นสุดอย่างเศร้าโศก แต่กลับเป็นการเฉลิมฉลองช่วงเวลาที่น่าจดจำและประสบความสำเร็จร่วมกัน เดอ บรอยน์ ปิดท้ายด้วยคำเชิญชวนให้แฟนบอลและทุกคนที่เกี่ยวข้องร่วมสนุกกับช่วงเวลาสุดท้ายของเขากับทีม “มาสนุกกับช่วงเวลาสุดท้ายนี้ด้วยกัน!” การจากลาของเขาจึงไม่ใช่แค่การสิ้นสุด แต่เป็นการยกย่องสิ่งที่พวกเขาได้สร้างขึ้นร่วมกันใน 10 ปีที่ผ่านมา


ในระยะเวลาเพียงไม่กี่ปีที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เควิน เดอ บรอยน์ ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขาคือหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก เขาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกไปถึง 6 สมัยและกลายเป็นผู้สร้างสรรค์เกมที่สำคัญในทีม จนทำให้เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของยุคนี้ ผลงานที่โดดเด่นของเขาไม่เพียงแค่การคว้าแชมป์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำประตูถึง 106 ประตูและการทำแอสซิสต์อีก 174 ครั้งจากการลงสนามทั้งหมด 413 นัดในสีเสื้อแมนเชสเตอร์ ซิตี้ แม้จะมีหลายบททดสอบในอาชีพ แต่เดอ บรอยน์ก็ไม่เคยหยุดพัฒนา และการประสบความสำเร็จที่เขาสร้างขึ้นตลอดระยะเวลา 9 ปีที่ผ่านมา เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถและการทุ่มเทของเขา

ติดตามไฮไลท์และผลวิเคราะห์บอลคู่อื่นๆ ที่น่าสนใจได้ที่นี่